5 กลยุทธ์เจาะตลาดสาววาย
posted on 09 Mar 2009 14:03 by kikuka in Gag
ทำไม? เพื่อ?
เพราะผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย
และสาววายมีจำนวนมากขึ้นๆ
เพราะเราคือผู้บริโภคตัวเบ้งๆ
ที่จับจ่ายตามความอาร์ตตตตต
ทางที่ดีอย่าขัดใจ มาดูดตังค์สาววายกันดีกว่า
กลยุทธ์ที่1. อยู่เฉยๆ ปล่อยให้จินตนาการทำงาน (ทั้งสองฝ่าย)
แปลว่า คุณก็ตั้งใจทำงานของคุณไป วันดีคืนดีก็จะมีคนติดตามผลงาน
และส่วนหนึ่งในนั้นก็คือประชากรสาววาย ไม่จำเป็นต้องทำตัวเอาใจแฟนๆ กลุ่มนี้

เพราะพวกเธอมีจินตนาการบรรเจิด ต่อให้เคโรโระ, อุซาวิช, แฮรี่ พอตเตอร์, รามเกียรติ์,
ประวัติศาสตร์... , เพชรพระอุมา หรือคาเมนไรเดอร์ ก็ไม่รอดพ้นไปได้
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะคะ เราแค่จิ้นอยู่เงียบๆ เท่านั้นเอง
รูปแอบแต่งมาจากของคุณเคย์โซลดิกซ์
กลยุทธ์ที่2. เปิดช่องโหว่พองาม
พองาม คือออกสื่อสารธารณะได้อย่างเนียบเนียน แล้วไม่ผิดจารีตประเพณี
ในที่นี้ยกตัวอย่างสูตรสำเร็จพล๊อตละคร คือปลอมตัว สลับเพศ ทั้งผู้ชายปลอมเป็นผู้หญิง
ผู้หญิงปลอมเป็นผู้ชาย ยังไงๆ ก็เป็นความรักแบบปกติ
พระเอกคู่นางเอก แต่ช่วงที่ยังไม่รู้ความจริง
เรา(สาววาย)ก็จะได้(หลอกตัวเอง)สัมผัสกับความรักในเพศเดียวกันในช่วงเวลาหนึ่ง

สูตรนี้ใช้ซ้ำหลายครั้งเพราะมันได้ผล
แปลว่ามีจำนวนผู้หญิงที่มีพาหะวายในตัวเยอะมากนั่นเอง
เรื่องที่ใช้การตลาดแบบนี้ คือ The 1st Shop of Coffee Prince, ฮานะคิมิ (สับขั้วมาลุ้นรัก)ทั้งภาคไต้หวันและญี่ปุ่น,
แม่ค้าขนมหวาน, คุณแม่จำแลง ฯลฯ มีเรื่องอะไรอีก ใครเตือนความจำหน่อย โฮะๆๆ

มุมมองของเรา คิดว่ามันมีผลต่อเรตติ้งมากๆเลยนะ ถึงจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ก็ตาม
แต่คอฟฟี่ปรินซ์กับฮานะคิมินี่ดังมากอ่ะ ดูไปกรี๊ดไป
Hanazakari no Kimitachi e ชอบคนที่เล่นเป็นนากาทซึมากๆ ลิง+บ้าสุดๆ
(ทางซ้ายของนางเอก ถ้าหานางเอกไม่เจอก็ไปตัดแว่นซะ)
กลยุทธ์ที่3. ทำให้เป้าหมายติดสถานะสับสน มึนงง
ด้วยสิ่งที่เรียกว่า มิตรภาพของลูกผู้ชายนายบ่าว... อ๊ากกกกก ไม่เข้าใจ
"ท่านโฟรโด..." (กรุณาอ่านด้วยน้ำเสียงเลื่อมใสศรัทธา)
"รุ่นที่สิบ..." (กรุณาอ่านด้วยน้ำเสียงเลื่อมใสศรัทธา)
"ท่านจูมง..." (กรุณาอ่านด้วยน้ำเสียงเลื่อมใสศรัทธา)
จูมงในเรื่องมีคนรักและศรัทธาเยอะมาก เป็นตัวละครที่มีมิติมากคนหนึ่ง คงเพราะแสดงได้ดีมากด้วย
มีคู่นี้ อ้วนแอบรักท่านซารยอง สร้างสีสันให้กับเรื่องดี ขำๆ
แล้วก็เพชรพระอุมา ไปขอคัดคุณGeenเค้ามาอีกที อาจจะยาวสักหน่อย
แต่คนที่ไม่เคยอ่านก็พอจะรู้เรื่องบ้างนะ
(บทของแงซายกรุณาอ่านด้วยน้ำเสียงเลื่อมใสศรัทธา มิตรภาพของลูกผู้ชายนายบ่าว...)
รพินทร์ – เป็นพรานใหญ่ผู้นำทางตามรอยมรว.อนุชา เป็นคนที่พรานทุกคนให้การนับถือ
หรือจะพูดง่ายๆ คือ มันเก่งเวอร์มากๆ รพินทร์เคยเป็นตำรวจตระเวนชายแดน
แล้วรบแพ้กองโจรกะเหรี่ยงซึ่งนำโดยแงซายอยู่ครั้งหนึ่ง ดังนั้นแงซายจึงมักเรียกเขาว่าผู้กอง
แงซาย – กะเหรี่ยงพเนจรผู้เข้ามาร่วมเดินทางในฐานะลูกหาบ (ไม่สปอยล์นะ แต่จริงๆ แงซายไม่ธรรมดา)
ดาริน – เป็น... นาง เอก
จากเพชรพระอุมาภาคหนึ่ง เล่มที่ 19 หน้า 7626 ; ดารินพูดกับแงซาย
" บอกจริงๆ เลยนะ เธอกับรพินทร์นี่เหลี่ยมจัดด้วยกันทั้งคู่ กินกันไม่ลงเลย และจะโทษฝ่ายใดก็ไม่ถนัดนัก เพราะร้ายพอๆ กันนั่นแหละ
แทบไม่มีใครดีกว่าใคร แต่ถึงอย่างไรเหตุการณ์ในคืนนี้ก็ให้ความประทับใจปลาบปลื้มแก่ฉันอย่างที่ สุด”
“แงซายเกือบตาย ผู้กองรพินทร์ก็แทบไม่รอด นายหญิงปลาบปลื้มใจอะไร?” เจ้าองครักษ์พิเศษตีหน้าเซ่อถามมา
“ก็ ความเกือบตายของแงซายและความเกือบไม่รอดของผู้กองรพินทร์นี่แหละ ทำให้ฉันเพิ่งจะมาแน่ใจได้จากเหตุการณ์ว่า ทั้งสองคนไม่ได้
เป็นศัตรูคู่อาฆาตหรือว่าชิงชังกันอย่างที่ฉันเกรงไปเลย ตรงกันข้ามเขาทั้งสองฝ่ายรักกันอย่างที่สุด ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ฉันและพวกเราทุกคนต้อง
การ มันไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าปลื้มหรอกหรือ ฉันไม่เคยเชื่อมาก่อนเลยว่ารพินทร์จะรักและห่วงใยเธอจนกระทั่งฉันได้เห็นกับตาเอง ในคืนนี้ คืนที่
เขาคิดว่าเขาคงจะไม่มีโอกาสได้เธอมาเคียงบ่าเคียงไหล่อีกแล้ว เหตุการณ์ในครั้งนี้ หวังว่าทั้งสองฝ่ายคงจะเข้าใจน้ำใจของกันและกันเสียที
นะ อย่าให้มีเรื่องขัดแย้งประลองดีอะไรกันอีก เธอให้สัญญากับฉันได้ไหม แงซาย?”
จอมพเนจรยิ้ม “แต่ไหนแต่ไรมา แงซายก็ไม่เคยจะลองดีขัดแย้งอะไรกับผู้กอง”
“ไม่ ต้องมาเถียงแก้ตัวหรอก เราน่ะตัวดีนัก คอยยวนแหย่เขาเงียบๆ อยู่ตลอดเวลา เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อนทุกครั้ง แงซายทำให้เขาต้องเสีย
บุคลิกของคนใจเย็นหนักแน่นลงไปมากและฉุนเฉียวพื้นเสีย อยู่ตลอดเวลา ฉันไม่ชอบให้เขาแยกเขี้ยวเข้าใส่เธอหรือแม้แต่ฉันเอง ในเวลามี
เรื่อง”
“ผู้กองเป็นอย่างนี้มานานแล้ว ตั้งแต่เขายังเป็นนายตำรวจตระเวนชายแดน เขาชอบแยกเขี้ยวใส่ทุกคน หรือบางทีก็แยกเขี้ยวใส่ตัวเขาเองใน
กระจกเงาด้วย...” แงซายพูดพร้อมกับยักไหล่ “แต่เขาก็ไม่เคยฆ่าใคร มีแต่จะช่วยเหลือเจือจาน แงซายเองก็ไม่อยากจะให้เขาเสียบุคลิกเดิม
ในการชอบแยกเขี้ยวเกรี้ยวกราดของเขามันน่าดูดี คนอย่างผู้กองรพินทร์นะ ถ้าลงหน้ายิ้มระรื่นอยู่ทั้งวันละก็ไม่สวยหรอกนายหญิง ต้องให้
ตีหน้ายุ่งคิ้วขมวดอย่างนี้แหละ ถึงจะสวย”

จากเพชรพระอุมาภาคหนึ่ง เล่มที่ 19 หน้า 7646 : เชษฐาพูด
“รพินทร์ คุณฟื้นขึ้นมาครั้งนี้ พวกเรามีของขวัญชนิดหนึ่งจะมอบให้แก่คุณด้วย เชื่อว่ามันคงทำให้คุณดีใจอย่างที่สุดและช่วยให้คุณหายเป็น
ปกติโดยเร็วเพื่อ การเดินทางต่อไปของเรา”
“ของขวัญ!”
“แงซาย ก้าวเข้ามานี่ซิ!” เชษฐาหันไปร้องเรียกด้วยเสียงปกติ
ขาด คำ ทุกคนที่มุงล้อมพรานใหญ่อยู่ก็เปิดทางออกแล้วร่างตระหง่านของเจ้าคนที่ รพินทร์ ไพรวัลย์ คิดว่าแหลกลาญย่อยยับไปแล้วภาย
ใต้ก้อนหินบดทับ ก็เคลื่อนเข้ามาอย่างแช่มช้า ทรุดกายลงคุกเข่าตรงหน้า เอื้อมมือมาจับเข่ารพินทร์ไว้
พรานใหญ่ตะลึงพรึงเพริด ร้องออกมาเกือบเป็นตะโกน
“แงซาย!!”
เจ้าคู่ปรับ สหายศึกของเขายิ้มละไม ก้มศีรษะต่ำงนิดหนึ่งเหมือนจะคำนับคารวะ แล้วตอบคำด้วยเสียงอันแจ่มใสกังวานว่า
“ครับ ผมเอง ผู้กองที่รัก ผม แงซาย ผู้ซึ่งผู้กองและทุกคนคิดแต่แรกว่าได้ตายไปแล้ว”
จากเพชรพระอุมาภาคหนึ่ง เล่มที่ 19 หน้า 7651 : รพินทร์พูด
“แงซาย นี่เป็นอันแน่นอนแล้วใช่ไหมว่า แกไม่ตาย ไม่ได้เป็นอะไรเลยสักอย่าง?”
เจ้าคู่ปรับหัวเราะ ยังคงจับเข่าบีบเบาๆ อยู่เช่นนั้น
“ครับ ผู้กอง ผมไม่ตาย เป็นเพียงแต่สะบักสะบอมพอสมควรเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็อยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าผู้กองมากนัก ไม่ถึงกับต้อง
หยอดน้ำข้าวอย่างผู้กองในขณะนี้!” หางเสียงในตอนท้ายกังวานยั่วอยู่ในที ระหว่างที่รพินทร์ยังอึ้ง แงซายก็กล่าวต่อมาว่า
“แต่ผมไม่ได้กะล่อนหรือออกลูกไม้หลอกลวงอะไร ผู้กองอย่างที่ผู้กองเข้าใจหรอก ทุกคนจะเป็นพยานให้ผมได้เป็นอย่างดีในเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้น มันเป็นเหตุการณ์เหลือวิสัยที่ผมจะส่งข่าวให้ผู้กองทราบได้ในขณะนั้นว่าผม ยังไม่ตาย เพราะฉะนั้น ผู้กองก็เห็นจะต้องปวดหัวหงุด
หงิดอีกต่อไปในการที่แงซายยังมีชีวิตอยู่!” ประโยคสุดท้าย แงซายกระซิบมาเป็นภาษากะเหรี่ยงให้เขาได้ยินเพียงสองต่อสอง พร้อมกับหรี่
ตาให้นิดหนึ่ง
บัดนั้น หัวใจของรพินทร์ ไพรวัลย์ฉีดแรงแม้เค้าหน้าจะอยู่ในอาการสงบ แต่อาการของความปีติปราโมทย์ก็ยากที่จะซ่อนเร้นได้ จากดวงตา
ที่สาดประกายออกมาในขณะที่มองสำรวจไปตลอดทั้งเรือนกายของเจ้าคู่ ปรับเหมือนพยายามจะให้แน่ใจที่สุด
จากเพชรพระอุมาภาคหนึ่ง เล่มที่ 20 หน้า 8352 : แงซายพูด
“ผู้กองยังไม่ตอบตรงคำถามของผมนัก ผมถามเพื่อท้าพนันกับผู้กองเมื่อตะกี้ เราพนันกันตะหาก”
“พนัน?...มีอะไรมาเป็นเดิมพัน ระหว่างแกกับฉัน”
ยิ้มของเจ้าคนลึกลับสยายกว้างออกไปอีก “มี...และมันเป็นเดิมพันที่จะทรงความหมายที่สุดในชีวิตของเราทั้งสองฝ่าย”
“ว่ามาซิ”
“ถ้า ผู้กองชนะผมอันหมายถึงว่า นายชดกับคนของเขาตายไปเสียแล้ว กับอีกอย่างหนึ่งคือว่าเราไปไม่ทันตามกำหนดเวลาที่เนินพระจันทร์
ผมจะลืมเรื่องราวและหน้าที่อื่นๆ ทั้งมวลเสียให้หมดสิ้น และจะเป็นแงซายคนเดิม ติดตามผู้กองไปทุกหนทุกแห่ง ยอมเป็นทาสเป็นลูกงานผู้
รับใช้ผู้กองตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ พูดง่ายๆ ก็คือ ผมกลับไปอยู่ร่วมกับผู้กองที่หนองน้ำแห้งตามเดิม มีสภาพรับใช้ผู้กองอย่างบุญคำ
เกิด เส่ย และจัน ขอฝากชีวิตไว้กับผู้กองตลอดไป...”
“ฮือม์...” พรานใหญ่ครางลึกในลำคอ จ้องหน้าเขม็ง “ก็แล้วถ้าฉันแพ้พนันแกล่ะ”
“ผู้กองสละโลกภายนอกและชีวิตเดิมๆ ของผู้กอง มาอยู่ร่วมกับผมในมรกตนครตลอดไปเช่นกัน ตกลงไหม?”
จอม พรานอึ้งไปนานในครั้งนี้ เกิดมาเป็นรพินทร์ ไพรวัลย์ ไม่เคยมีครั้งใดที่เขาจะตกอยู่ในสภาพลังเล กริ่งเกรงต่ออนาคตเบื้องหน้าเท่ากับ
การถูกท้าทายให้รับพนันในครั้งนี้
“ใคร่ ครวญดูให้ดี ผู้กองที่รัก ทันทีที่ผู้กองตกลงรับพนันกับผม สัจจะย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้กองคงไม่ยอมเสียสัตย์
เมื่อลั่นปากออกไป ส่วนตัวผมเองก็เช่นกัน” ระหว่างที่เขายังนิ่ง แงซายพูดแช่มช้าชัดเจนต่อมาจากสีหน้าที่ยิ้มประหลาด
“แกต้องการให้ฉันอยู่ในมรกตนครกับแกถ้าฉันแพ้พนัน?”
“เป็นเช่นนั้น”
“เพื่ออะไรกัน ฉันจะมีประโยชน์อันใดสำหรับแก สมมติว่าแกจะยึดเอาตัวฉันไว้”
“ผู้ กองน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่า ไม่ว่าแงซายจะอยู่ที่ไหน ทุกข์สุขอย่างไร แงซายปรารถนาจะมีผู้กองรพินทร์เคียงข้างด้วยเสมอตราบจนกว่าวันที่
เราจะตาย จากกันไป”


กลยุทธ์ที่4. บริการหลังการขาย
ศิลปินชายสมัยนี้นะ ชอบมีชอตเซอร์วิส แฟนคลับ ยิ่งเซอร์วิสมาก ยิ่งมีกระแส
(คอนSMวันนั้น แค่คิมฮีชอลจูบชอตสั้นๆ แป๊ปเดียวสามารถทำให้คนเป็นหมื่นๆเสียจริตได้ 5555+)

อย่างเกมโชว์เกาหลีเค้าไม่ถือเรื่องการถูกเนื้อต้องตัวกันเท่าไหร่ บางครั้งรายการก็จงใจขายความวายมากๆ
แต่ก็ฮาๆ มากกว่านะ พอให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ
รูปนี้เนือยแคปมาสีเพี้ยนไหมไม่รู้ แบบจอคอมเสีย ตาบอดสีไปเลย


ไม่ได้มีแค่บอยแบนด์เกาหลีที่กอดๆ หอมๆ กัน
เด็กลุงจอห์นนี่หรือพวกวิช่วลร็อคของญี่ปุ่นก็มีหอม มีจูบบนเวที
ไอ้ที่เง็งมากๆคือพวกเด็กอีโมฝั่งยุโรป มันจูบกันเอาเป็นเอาตายมาก
แล้วหน้าสวยโฮกอีกต่างหาก (ภาษาเริ่มบ้าๆ บวมๆ)
แล้วบอกว่า just friend แอร๊ยยย อิเนือยไม่เข้าใจเด็กอีโม~

ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกเค้าทั้งหมดล้วนเป็นผู้ชายปกติที่ชอบผู้หญิงค่ะ
จริงๆ ค่ะ! ไม่ได้ทำตลก

สี่ข้อที่กล่าวมา ไม่ใช่ ยาโอยแท้ๆ เลยสักนิด
กลยุทธ์ที่5.ขายกันตรงๆ เลยแล้วกัน
หนังเกย์ การ์ตูนY นิยายBoy's love ข้อนี้จริงๆ ไม่ใช่การตลาด
เป็นเพียงสินค้าประเภทหนึ่งเท่านั้น
เราอยากให้เข้าใจว่า Yaoi ไม่ได้=สื่อลามก เสมอไป
แบบไม่โป๊ แค่ฉากจูงมือ หอมแก้ม เรื่องใสๆ แบบนี้ก็มี อ่านสนุกด้วย
เวลาเกิดเหตุการณ์ที่แลดูจะอ่อนไหวต่อเด็กและเยาวชนขึ้นมาทีไร
ถ้าความรุนแรงก็โทษเกม ความผิดทางเพศก็โทษการ์ตูน
(เห็นแผงขายหนังโป๊โชว์ปกหวือหวาอย่างไม่กลัวใคร มันน่าขำดีนะ)
รู้อะไรไหม หนังสือการ์ตูนบอยส์เลิฟเมื่อก่อนมีเซนเซอร์อยู่ก่อนแล้ว พอกวาดล้าง
เค้าก็พิมพ์แบบno cut คือไม่มีอะไรบัง มาแอบๆขาย ราคาจะแพงหน่อย เพราะพิมพ์น้อย
ส่วนใหญ่เลยอ่านแสกนจากเนตซึ่งมันก็มีทั้งแบบใสๆ และติดเรทปะปนกันไป (แบบไม่แปลไทยนะ)
สำหรับเราบอกเลยว่า เราอ่านแสกนภาษาอังกฤษ อ่านทั้งแบบใสๆ น่ารักๆ และแบบติดเรทนะ
แต่แสกนภาษาญี่ปุ่นนี้ อ่านแต่แบบติดเรทล่ะพูดกันตรงๆ ก็ได้แต่ดูภาพนี่นา อ่านไม่ออก
ซึ่งแบบแปลไทยเป็นเล่มๆ เมื่อหลายปีก่อน
คนแปลเค้าก็เน้นเลือกเรื่องที่อ่านสนุกมากกว่าไม่เน้นว่าต้องโป๊
พอดีเป็นข่าว ยิ่งบูม มันยิ่งมีคนแปลหน้าใหม่ๆ มาแปลโป๊แฮะ... ก็โดนเก็บไปพร้อมกันเกลี้ยง
เราว่าการที่ เด็กๆ รุ่นใหม่มองว่าการ์ตูนวายต้องลามก อยากรู้อยากเห็น
ก็เพราะว่ามีใครบางคนคน ...ไปให้คำนิยามว่าสื่อลามกกับมันไง

ข้อ5 นี่เครียดเนอะ... ช่วงนี้ต่อมบ้าบอไม่ทำงาน แค่อยากจะบอกว่า
"หนังสือการ์ตูนวายไม่เหลือให้กวาดล้างทำผลงานแล้วล่ะค่ะ
หาแพะใหม่ให้ได้แล้วกันนะคะ"
โฮะๆๆๆๆๆ สะบัดบ๊อบซ้ายขวา จิกเท้าเชิดหน้ามองฟ้า แล้วเดินจากไป
อัพทูยู...
*หมายเหตุ เอนทรี่นี้ตั้งใจจะวาดภาพปลากรอบเอง แต่หลอดภาพของจอเสีย สีเพี้ยนจนทำอะไรไม่ได้
เลยหาภาพปลากรอบทีมีมีเครื่องอยู่แล้วมาแทน ขออภัยเจ้าของ ภาพบางภาพที่ไม่ได้ให้เครดิตนะคะ

เนือยได้ถ่ายโฆษณา!!!










อะไร ๆ ก็โทษสื่อ ไม่โทษที่วิญญาณของผู้อ่านเอง - -*
เห็นแล้วเครียดแทนครับ = =
#51 By kunemata on 2009-03-10 07:13